Holidays Travel ท่องเที่ยว ไทยแลนด์

เดินทาง ท่องเที่ยว ถ่ายภาพ ในช่วงของวันหยุดพักผ่อน ตามประสาตากล้องสมัครเล่น

นาฬิกา

Holiday Mu | 

Holdays

"ถ่ายภาพอย่างมีจุดหมาย"


ประโยคนี้หลายๆคนเคยได้ยิน ได้เห็นมาบ้างแล้ว สำหรับผมเริ่มต้นจากการมีกล้องตัว เล็กๆมือสองตัวนึงซึ่งเจ้ากล้องนี้แหละเวลาไปใหนมาใหนก็จะพกติดตัวไปตลอดและ ถ่ายรูปจากสถานที่เราไปเก็บไว้ดู เวลาผ่านไปรู้สึกว่าเราอยากมีรูปสวยๆไว้ดู จึงเก็บเงินเล็กๆน้อยๆไปซื้อกล้องที่อยากได้มาตัวนึง ถ่ายภาพต่างๆไว้ แต่ เอ๋! ทำไมเราเก็บภาพใว้ดูคนเดียวล่ะ เราน่าจะแบ่งปันเรื่องราวจากสถานที่เราไป ให้คนอื่นชมด้วย จุดประกายความคิดเรา จึงสร้าง Blog นี้ขึ้นมา เป็นตัวแทนบอกเล่าเรื่องราว ที่มีทั้ง สุข เศร้า เหงา รอยยิ้ม หัวเราะ จากสถานที่ ที่เราไป บันทึกเป็นภาพถ่ายเล่าเรื่องราวต่างๆไว้ให้ผู้ที่ตั้งใจเข้ามา หรือหลงเข้ามา ได้แบ่งปันประสบกาณ์ซึ่งกันและกัน คือจุดหมายของผม ที่ตั้งใจเขียนเอาไว้ในตอนต้น...

วันอังคารที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2554

สวนนวมินทร์ภิรมณ์




วันหยุด วันพักผ่อนนี้ มีสวนเพื่อสุขภาพมาแนะนำกัน สวนนวมินทร์ภิรมณ์การเดินทางไปก็แสนสะดวกอยู่ที่ เขตบึงกุ่ม ตรงแยกนิด้า สำหรับสวนนวมินทร์ภิรมย์จัดสร้างขึ้นบนพื้นที่ 76 ไร่ 39.3 ตารางวา เป็นสวนที่เปิดให้ ประชาชนได้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ได้ออกกำลังกายซึ่งมีสถานีออกกำลังกายอยู่ตามแนวทางเดิน-วิ่งอยู่รอบๆบึง ซึ่งสวนนวมินทร์ภิรมณ์นั้นจะประกอบไปด้วยน้ำพุกลางน้ำ มีห้องสุขา  สะพานข้ามบึงน้ำ ห้องสุขาสาธารณะ สนามเด็กเล่น สะพานข้ามบึงน้ำ ต้นไม้ ดอกไม้ประดับและที่สำคัญยังมีบึงกักเก็บน้ำโครงการแก้มลิงตามพระราชดำริพระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย

This holiday weekend. I have the park introduce for health.


รถเมล์สายที่ผ่าน







ไม้ประดับปลูกตามบึงตลอดแนวทางเดิน

ช่วงเย็นๆจะมีคนออกมากำลังกายรอบสวน












 



วันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2554

ทานตะวันบานที่ถนนเกษตร-นวมินทร์


ที่กรุงเทพฯก็มีนะครับทานตะวันไม่ต้องไปหาชมไกลๆ ท่านใดที่จะไปถ่ายภาพแนะนำให้ไปช่วงเช้าๆ เพราะ แดดจะไม่ร้อนแล้วถ้าไปช่วงเที่ยงๆมันจะพร้อมใจกันยืนคอตกกันครับ สถานที่นั้นก็อยู่ติดกับถนนครับเส้นเกษตรนวมินทร์ ใกล้โรงเรียนสตรีวิทย์ 2 เขตลาดพร้าว



ยืนตระหง่านท้าทายดวงตะวัน

สีเหลืองสด ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้า
ถ่ายเพลินๆ
เห็นแบบนี้แล้วหลายเมื่อยครับ














วันศุกร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2554

การดูแลรักษากล้อง

กล้องเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่งดังนั้นต้องดูเลรักษามันซักหน่อย โดยเฉพาะดูแลอย่าให้โดนน้ำหรือความชื้นเพราะจะทำให้กล้องของเราเกิดความเสียหายได้ แล้วค่าใช้จ่ายในการซ่อมก็แพงแสนแพงซะด้วย

กระเป๋ากล้อง
1. สิ่งที่ควรคำนึงนึกอันดับแรกก็คือกระเป๋ากล้อง กระเป๋ากล้องนั้นควรมีการบุด้วยนวมหรืออุปกรณ์กันกระแทกเพราะเวลาเราขึ้นรถ ลงเรือกล้องอาจจะกระทบกระเทือนไปกระแทกโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจก็ได้ กระเป๋าดีๆบางชนิดอาจจะกันน้ำได้อีกด้วย แต่ไม่ใช่แบบเอาไปแช่น้ำแล้วไม่เปียกนะแต่ว่ากันน้ำกระเซ็นใส่ กันพวกละอองน้ำ โดยที่สิ่งของข้างในกระเป๋าไม่เปียกเท่านั้นเอง

กล่องกันชื้น,ไฮโกรมิเตอร์,ซิลิก้าเจล
ตู้กันชื้น
2. การเก็บรักษากล้อง เนื่องจากเรามีกล้องและเลนส์ที่ราคาแพงแสนแพงแล้ว เราควรจะหาที่เก็บมันไว้ดีๆซักหน่อย ไม่ควรจะไปวางไว้เฉยๆเพราะไม่แน่เชื้อราอาจจะขึ้นในเลนส์ในกล้องได้ ศัตรูตัวฉกาจนักสำหรับนักถ่ายภาพ สำหรับคนที่มีเงินที่จะสามารถพอซื้อตู้กันชื้นได้ก็ไปซื้อมาเถอะครับ แต่สำหรับคนที่เบี้ยน้อย หอยน้อยอย่างผมนี่ล่ะก็แนะนำเป็นรูปด้านบนเลยครับ ซึ่งราคาก็จะถูกกว่าตู้กันชื้นมาก สิ่งที่มีก็คือ
- กล่องกันชื้น หาได้ง่ายตามห้าง ที่แผนกเครื่องครัว จะมีกล่องที่ไว้บรรจุพวกผักสด อาหารสด สามารถกันอากาศเข้า-ออกได้อย่างดี หรือก็จะมีกล่องที่ใช้เก็บกล้องเลยก็มี สังเกตุครับตรงฝาปิดจะมียางติดรอบๆ ที่เห็นก็จะมียี่ห้อ Lock and Lock Ware และ super lock

- ซิลิก้าเจล เป็นสารดูดความชื้น หาซื้อได้ตามร้านขายกล้องทั่วๆไป เป็นเม็ดสีฟ้าๆ

-ไฮโกรมิเตอร์ เป็นมาตรวัดความชื้น ถ้าในห้างก็จะมีที่ แผนกอุปกรณ์รถยนต์

                 พอได้ทุกอย่างมาครบ ก็นำมาใส่ไว้ในกล่อง หาที่ใส่ซิลิก้าเจลไปวางไว้ในกล่องด้วยนะครับบางที่ถ้าไปซื้อก็ถามหาถุงเล็กๆไว้ใส่ซิลิก้าเจลด้วย ซัก 2 ถุง ใส่ซิลิก้าเจลซักประมาณถุงละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ใส่ทุกอย่างแล้วก็ปิดฝาให้สนิท รอดูซักพัก ไฮโกรมิเตอร์ จะบอกระดับความชื้นในกล่องว่าเท่าไร ระดับความชื้นที่อยู่ในกล่องควรจะอยู่ที่ระดับ 30-40 เปอร์เซนต์ มากไป-น้อยไปกว่านี้ก็ เอาซิลิก้าเจลออกหรือเพิ่มให้ระดับความชื้นอยู่ที่ 30-40 ครับ ความชื้นน้อยไปอาจทำให้ ยางแห้งเกินไปกรอบได้ ครั้งนึงที่ใช้ประอยู่ประมาณ 1-2 อาทิตย์ ก็คอยสังเกตุสีของซิลิก้าเจล ตอนแรกจะเป็นสีฟ้า ถ้าใส่ประมาณ 1-2 อาทิตย์สีก็จะจางลงนั่นหมายถึงเราต้องเปลี่ยนซิลิก้าเจลใหม่ ถ้าไม่เปลี่ยนนอกจากจะเป็นสารดูดความชื้นมันจะเป็นสารคายความชื้นออกมาแทน




3. ลูกยางเป่าลม ผ้าสำหรับเช็ดเลนส์ พู่กันสำหรับทำความสะอาดเลนส์และน้ำยาเช็ดเลนส์ ควรจะมีไว้โดยเฉพาะ ลูกยางเป่าลม ผ้าเช็ดเลนส์ การทำความสะอาดเลนส์ถ้าเห็นมีฝุ่น ละอองติดหน้าเลนส์ควรใช้ลูกยางเป่าลมเป่าออกไป ไม่ควรใช้น้ำยาเช็ดเลนส์ทำความสะอาดนอกจากจะมีคราบที่ติดแน่นโดยที่ลูกยางเป่าไม่ออก ไม่ควรใช้น้ำยาเช็ดบ่อยๆอาจจะทำให้ผิวเลนส์เสื่อมสภาพ ผ้าเช็ดเลนส์ควรจะเช็ดเบาๆอย่าไปเช็ดแรงอาจทำให้หน้าเลนส์เป็นรอยได้

สุดท้าย ขอแนะนำอีกอย่าง เลนส์ควรจะมี ฟิวเตอร์ UV ไว้ติดหน้าเลนส์ตลอดครับ ฟิวเตอร์ UVนั้นเวลาถ่ายภาพออกมาจะไม่มีผลอะไรต่อภาพ เพียงแต่ใส่เเล้วเราก็ป้องกันฝุ่นละอองเข้าไปติดหน้าเลนส์ หรือป้องกันนิ้วสัมผัสหน้าเลนส์

วันอังคารที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2554

ทำความรู้จัก CCD และ CMOS

CCD
CCD ย่อมาจาก Charge Coupled Device เป็นชิปเซนเซอร์หรืออุปกรณ์ตัวจับแสงที่ใช้ในกล้องดิจิตอล ทำหน้าที่กรองแสงโดยแยกออกเป็น 3 สี ซึ่งเป็นแม่แสงของสีคือ แดง เขียว และน้ำเงิน โดย CCD แต่ละชุดจะแบ่งออกเป็น 3-4 เพื่อรับสีแต่ละสี เมื่อแต่ละชุดรับแสงมาก็จะแปลงข้อมูลเป็นสัญญานดิจิตอล แล้วไปประมวลผลเพื่อรับเป็นภาพ บันทึกเป็นไฟล์ต่อไป

CMOS
CMOS ย่อมาจาก Complementary Metal Oxide Semiconductor ซึ่งแต่ก่อนนั้น CMOS ไม่ค่อยเป็นที่นิยมนักเนื่องจาก ข้อจำกัดต่างๆ เช่น มีความไวแสงที่ต่ำ เกิดสัญญาณรบกวนในภาพมาก  CMOSมีลักษณะการทำงานโดยแต่ละพิกเซลจะมีวงจรย่อยๆเปลี่ยนค่าแสงที่เข้ามาเป็นสัญญาณดิจิตอลในทันที ไม่ต้องส่งออกไปแปลงเหมือน CCD ปัจจุบันเริ่มมีกล้องที่ใช้เซนเซอร์ที่เป็น CMOS มาก เพราะคุณภาพต่างๆที่พัฒนาขึ้นมาเทียบเท่าหรือมากกว่ากล้องที่มีเซนเซอร์แบบ CCD อีกอย่าง CMOS จะใช้พลังงานต่ำกว่า CCD แล้วยังต้นทุนการผลิตก็ต่ำกว่าเช่นกัน ค่ายที่ผลิตกล้องจึงหันมาใช้เซนเซอร์ที่เป็นแบบ CMOS


สรุป ไม่ว่าจะเป็น CCD หรือว่า CMOS ไม่จำเป็นต้องคิดมากหรอกว่า กล้องที่เซนเซอร์รับภาพเป็น CCD หรือ CMOS จะเลือกแบบใหนดี เพราะว่า ทั้ง 2 แบบ คุณภาพ ไม่แตกต่างกันมากนัก ถ้าพูดถึงความได้เปรียบ CCD น่าจะเป็นในทางคุณภาพดีกว่า ซึ่งปัจจุบันนี้คุณภาพจากทั้ง 2 แบบ ก็ใกล้เคียงกันมาก ในแง่ของการทำงาน CMOS จะได้เปรียบเรื่อง ต้นทุนต่ำและความเร็วในการตอบสนองดีกว่า


สำหรับสัญญาณรบกวน หรือที่เรียกกันว่า Noise
         ในกระบวนการแปลงสัญญาณนั้นไม่ว่าจะเป็น CCD หรือ CMOS จะมีสัญญาณรบกวนและทำให้ภาพมีจุดเล็กๆคล้ายเม็ดทราย จะเกิดขึ้นก็คือ การถ่ายภาพที่ใช้เวลานานๆแล้วก็ภาพที่ต้องใช้ความไวแสงสูง เช่น iso400,800 หรือมากกว่า ซึ่งแต่ละผู้ผลิตในปัจจุบันก็มีการพัฒนาให้ภาพเกิดสัญญาณรบกวนน้อยที่สุด ในที่นี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้แล้วว่าจะเลือกใช้กล้องแบบใหนดี 




พิมพ์นิยม